การทำขนมแปะโอ่งสูตรดั้งเดิมตั้งแต่บรรพบุรุษ สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น เป็นขนมคนจีนที่นับวันจะหารับประทานได้ยากเต็มที จนได้รับความนิยมในชุมชนตลาดนาบอนและพื้นที่ใกล้เคียง ขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง มีชื่อเรียกต่างกันตามรสชาติโดยขนมก่งเปียงมีรสชาติเค็ม ส่วนขนม จิ่วตุ่งเปียงมีรสชาติหวาน แต่กรรมวิธีการท าเหมือนกัน ขนมชนิดนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขนมโอ่งหรือขนมแปะโอ่ง เนื่องจากใช้เตาอบขนาดใหญ่คล้ายโอ่งในการอบส่วนผสมที่ใช้ในการทำ คือ แป้งหมี่ (แป้งสาลี) นำมานวดให้เข้ากันแบ่งเป็นก้อนเล็ก ปั้นเป็นก้อนกลมและกดให้เป็นแผ่นแบนจากนั้นจึงนำเข้าไปแปะไว้ในโอ่งที่มีเตาไฟอยู่ด้านใน เมื่อแป้งสุกได้ที่ก็ใช้อุปกรณ์คีบขนมขึ้นมาวางในถาดเพื่อให้คลายความร้อน จากนั้นก็สามารถวางจำหน่ายได้ ส่วนการทำแบบกรอบ จะต้องนำแป้งไปอบในเตา 2 ครั้ง โดยใช้ไฟอ่อน (เป็นขี้เถ้าอ่อน) การอบครั้งแรกจะได้ขนมที่กรอบพอประมาณ แต่ส่วนกลางของขนมมีความนิ่มนิดหน่อย เนื่องจากยังมีความชื้นอยู่ ต้องน าไปอบอีกครั้งจึงจะได้ขนมแบบกรอบ ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าแบบนิ่ม18 ขนมก่งเปียน/กวงปิ่งและจิ่งตุ๊งเปียน/เจิงตงปิ่ง ทั้งแบบนิ่มและแบบกรอบ ถ้าได้รับประทานหลังจากเอาออกจากเตาใหม่ๆจะได้กลิ่นหอมของการรมควันในเตาอบ ซึ่งช่วยชูรสชาติให้อร่อยและได้กลิ่น อายขนมที่คงเสน่ห์แบบโบราณขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยชาวเมืองฝูโจว ในประเทศจีน ทำขนมชนิดนี้ขึ้นเพื่อร าลึกถึงแม่ทัพชีจี้กวง เมื่อครั้งเป็นนายพลปราบโจรสลัดญี่ปุ่นในมณฑลฝูเจี้ยนและเจ้อเจียง ได้มีการคิดค้นน าแป้งหมี่ท าขนมเป็นรูปกลมเจาะรูตรงกลาง เพื่อเป็นอาหารแห้งให้กับกองกำลังทหาร เนื่องจากไม่ต้องการให้กองกำลังทหารของตนทำอาหาร เพราะจะมีควันลอยฟุ้งในอากาศ ซึ่งจะทำให้โจรสลัดญี่ปุ่นรู้ได้ว่ากองกำลังทหารจีนตั้งค่ายพักแรมอยู่ที่ใด ต่อมาชาวเมืองฝูโจวจึงได้ทำขนมชนิดนี้ขึ้นอย่างแพร่หลาย19
ในอดีตชาวจีนฮกจิวที่เป็นเกษตรกรสวนยางพาราจะนิยมซื้อขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง ไปกินใน
สวนยางพาราเพื่อความอิ่มท้องเวลาท าสวน หากกินไม่หมดก็จะนำมาแช่น้ำให้พองแล้วน าไปอุ่นในกะทะเพื่อกินใน
มื้อต่อไป สำหรับปัจจุบันขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง เป็นขนมกินเล่นที่ชาวจีนฮกจิวนิยมกินคู่กับน้ำชาและกาแฟใน
ชีวิตประจำวัน และเป็นขนมที่มีการจัดเลี้ยงเป็นอาหารหวานบนโต๊ะจีนในเทศกาลสำคัญต่างๆของชาวจีนฮกจิว
จากการสัมภาษณ์นายไชยยงค์ ศานติตานนท์ เจ้าของร้านเฉินซังไท้ ชาวจีนฮกจิวผู้สืบทอดการทำขนมสูตรฮกจิวมาแต่รุ่นบรรพบุรุษ ให้ข้อมูลว่าตนได้รับการสืบทอดกิจการท าขนมสูตรจีนฮกจิวมาจากรุ่นปู่ โดยอุปกรณ์ในการทำขนมเริ่มแรกปู่ของตนน ามาจากประเทศจีน ต่อมาอุปกรณ์บางอย่างเริ่มเสียหายตามกาลเวลา จึงมีการสั่งทำขึ้นมาใหม่ เช่น ที่นวดแป้ง ที่ตักขนม ที่คีบขนม ฯลฯ ส่วนโอ่งส าหรับท าขนมในปัจจุบันนำมาจากประเทศจีนตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ แต่สภาพก็เริ่มเก่าตามกาลเวลา ทว่ายังคงสามารถใช้งานได้ ปัจจุบันร้านเฉินซังไท้เป็นร้านทำขนมดั้งเดิมที่ชาวจีนฮกจิวยังคงซื้อหาสำหรับบริโภคในชีวิตประจำวัน อาจกล่าวได้ว่าชุมชนจีนฮกจิวในปัจจุบันที่มีการสืบทอดการ ทำขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง มีเพียงร้านเฉินซังไท้ร้านเดียว ทำให้ในช่วงเวลาเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลเช็งเม้ง ลูกหลานชาวจีนฮกจิวที่เดินทางกลับมาเคารพหลุมฝังศพบรรพบุรุษยังชุมชนนาบอนต้องสั่งซื้อขนมดังกล่าวจากร้านแห่งนี้ หรือแม้แต่เมื่อคราวมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในวาระโอกาสต่างๆของชาวจีนฮกจิวทั้งในชุมชนนาบอนหรือละแวกใกล้เคียง จะมีการสั่งขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง เพื่อเป็นเมนูอาหารหวานจานสำคัญของการจัดเลี้ยง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าขนมก่งเปียง/จิ่วตุ่งเปียง เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมนูอาหารหวานสูตรจีนฮกจิวที่อยู่คู่กับชุมชนชาวจีนฮกจิวนาบอนมาอย่างยาวนานถึงปัจจุบัน
โดย คุณไชยยง ศานติตานนท์
ที่อยู่ 396 หมู่ 11 ตำบลนาบอน
อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช